Home Icon

HOME

LIFESTYLE

REVIEW

DECORATION

LAW

NEWS & EVENTS

NEWS

USER GUIDE

GUIDE

หาที่พักที่ RentHub

ไขข้องสงสัย ประกันสังคมมาตรา 33 คืออะไร ? ต้องจ่ายเท่าไหร่ ? มีสิทธิการคุ้มครองอะไรบ้าง ?

BY
Natni P.
โพสต์เมื่อ
12 May 2026
ไขข้องสงสัย ประกันสังคมมาตรา 33 คืออะไร ? ต้องจ่ายเท่าไหร่ ? มีสิทธิการคุ้มครองอะไรบ้าง ?

สำหรับคนวัยทำงาน “ประกันสังคม” ถือเป็นหนึ่งในสิทธิพื้นฐานที่แทบทุกคนต้องเคยได้ยินอยู่แล้ว โดยเฉพาะ ประกันสังคมมาตรา 33 ที่เกี่ยวข้องกับพนักงานบริษัทหรือมนุษย์ออฟฟิศโดยตรง แต่เชื่อไหมว่าหลายคนถูกหักเงินสมทบทุกเดือนมาตลอด กลับยังไม่ค่อยรู้เลยว่าเงินจริงที่จ่ายไปนั้น ได้สิทธิอะไรกลับมาบ้าง ? บางคนรู้แค่ว่าใช้รักษาพยาบาลได้ แต่จริง ๆ แล้ว ประกันสังคมมาตรา 33 ยังครอบคลุมไปถึงสิทธิกรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ว่างงาน ทุพพลภาพ ไปจนถึงเงินบำนาญหลังเกษียณเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าเป็นสวัสดิการสำคัญที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตได้ไม่น้อย

บทความนี้ Renthub จะพาไปทำความเข้าใจแบบง่าย ๆ ว่า ประกันสังคมมาตรา 33 คืออะไร ? ต้องส่งเงินสมทบเดือนละเท่าไหร่ ? รวมถึงมีสิทธิประโยชน์อะไรที่ผู้ประกันตนควรรู้บ้าง เพราะบางสิทธิหลายคนอาจจ่ายเงินสมทบมานาน แต่ยังไม่เคยใช้เลยก็มี

 

ประกันสังคมมาตรา 33 คืออะไร ?

ประกันสังคมมาตรา 33 คือระบบประกันสังคมสำหรับ “ลูกจ้างหรือพนักงานประจำ” ที่ทำงานอยู่ในบริษัทหรือองค์กรที่มีนายจ้าง โดยนายจ้างจะทำหน้าที่ขึ้นทะเบียนลูกจ้างเข้าสู่ระบบประกันสังคม และมีการหักเงินสมทบจากเงินเดือนทุกเดือนเพื่อนำส่งเข้ากองทุนประกันสังคม พูดง่าย ๆ ก็คือ เมื่อเราเริ่มทำงานประจำและบริษัทขึ้นทะเบียนให้ เราก็จะกลายเป็น “ผู้ประกันตนมาตรา 33” ทันที

 

ปี 2569 ได้มีการปรับฐานประกันสังคมเพดานใหม่ โดยใช้การคำนวณสูงสุดจาก 15,000 บาท เป็น 17,500 บาท ทำให้ผู้ประกันตนต้องนำส่งเงินสมทบเพิ่มขึ้น สูงสุดเป็น 875 บาทต่อเดือน ซึ่งคิดที่อัตรา 5% เช่นเดิม ทั้งนี้เงินเดือนต่ำกว่า 15,000 บาท ยังจ่ายเท่าเดิม แต่การปรับเพดานในครั้งนี้จะกระทบเฉพาะคนที่เงินเดือน 15,001 บาทขึ้นไป เช่น เงินเดือน 16,000 บาท จ่าย 800 บาท, เงินเดือน 17,500 บาทขึ้นไป จ่ายสูงสุด 875 บาท

 

ประกันสังคมมาตรา 33 ครอบคลุมลูกจ้างที่ทำงานในสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป และมีอายุระหว่าง 15–60 ปีบริบูรณ์ในวันเริ่มทำงาน ถือเป็นมาตราที่ให้สิทธิประโยชน์ครอบคลุมมากที่สุดในบรรดามาตราทั้งหมด

 

อัตราเงินสมทบของประกันสังคมมาตรา 33

ผู้ประกันตนมาตรา 33 จ่ายเงินสมทบ 5% ของฐานเงินเดือน โดยปัจจุบัน (ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569) คิดฐานเงินเดือนสูงสุดที่ 17,500 บาท ซึ่งหักเข้ากองทุนสูงสุด 875 บาทต่อเดือน นายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% และรัฐบาลจ่ายสมทบอีก 2.75% ซึ่งเงินสมทบที่จ่ายทุกเดือนจะถูกนำไปจัดสรรแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ...

  • ส่วนที่ 1 อัตรา 1.5% สำหรับคุ้มครองกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ เสียชีวิต และคลอดบุตร
  • ส่วนที่ 2 อัตรา 0.5% สำหรับคุ้มครองกรณีว่างงาน
  • ส่วนที่ 3 อัตรา 3% สำหรับสิทธิประโยชน์การสงเคราะห์บุตรและชราภาพ

ทั้งนี้เพดานค่าจ้างจะถูกปรับขึ้นเป็นระยะตามแผนที่วางไว้ โดยปี 2572 - 2574 เพดานจะอยู่ที่ 20,000 บาท จ่ายสมทบสูงสุด 1,000 บาทต่อเดือน และตั้งแต่ปี 2575 เป็นต้นไปเพดานจะอยู่ที่ 23,000 บาท จ่ายสมทบสูงสุด 1,150 บาทต่อเดือน

 

สิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากประกันสังคมมาตรา 33

ประกันสังคมมาตรา 33 ไม่ได้มีแค่การหักเงินสมทบรายเดือนเท่านั้น แต่ยังให้ความคุ้มครองในหลายสถานการณ์สำคัญของชีวิต ตั้งแต่เจ็บป่วย ไปจนถึงเกษียณหรือเสียชีวิต โดยมีรายละเอียดสิทธิที่อัปเดตดังนี้...

1. กรณีเจ็บป่วย หรือทุพพลภาพ

หากผู้ประกันตนไม่สามารถทำงานได้เนื่องจากอาการเจ็บป่วย หรือเกิดภาวะทุพพลภาพ จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เพื่อช่วยพยุงค่าใช้จ่ายในช่วงพักรักษาตัว โดยสิทธิจะได้รับเงินชดเชย 8,750 บาทต่อเดือน (ปรับเพิ่มจากเดิม 7,500 บาท) เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินในช่วงที่ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ

2. กรณีคลอดบุตร

ผู้ประกันตนหญิงที่อยู่ในระบบสามารถใช้สิทธิเงินสงเคราะห์กรณีคลอดบุตรได้ โดยจะได้รับเงินชดเชยในช่วงหยุดงานเพิ่มขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพปัจจุบัน สิทธิที่ได้รับคือ 26,250 บาทต่อครั้ง (เพิ่มจากเดิม 22,500 บาท) ซึ่งช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในช่วงก่อน–หลังคลอดได้

3. กรณีว่างงาน

ในช่วงที่ไม่ได้ทำงาน ผู้ประกันตนมาตรา 33 ยังสามารถรับเงินชดเชยรายได้จากประกันสังคมได้ โดยจะแบ่งตามสาเหตุของการว่างงาน ดังนี้

  • กรณีลาออกเอง : ได้รับเงินทดแทน 30% ของค่าจ้าง ระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน สูงสุดประมาณ 15,750 บาท
  • กรณีถูกเลิกจ้าง : ได้รับเงินทดแทน 60% ของค่าจ้าง ระยะเวลาไม่เกิน 180 วัน สูงสุดประมาณ 63,000 บาท

4. กรณีชราภาพ (เงินบำนาญ)

เมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ ผู้ประกันตนจะได้รับเงินบำนาญรายเดือน โดยยังคงใช้หลักการคำนวณจากค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย

ตัวอย่างอัตราโดยประมาณ

  • ส่งเงินสมทบครบ 15 ปี รับบำนาญประมาณ 3,500 บาท/เดือน (เพิ่มจากเดิม 3,000 บาท)
  • ส่งเงินสมทบครบ 25 ปี รับบำนาญประมาณ 6,125 บาท/เดือน (เพิ่มจากเดิม 5,250 บาท)

5. กรณีเสียชีวิต

หากผู้ประกันตนเสียชีวิต ครอบครัวหรือผู้จัดการศพจะได้รับเงินสงเคราะห์ตามระยะเวลาการส่งเงินสมทบ ดังนี้

  • ส่งเงินสมทบ 36–119 เดือน ได้รับ 35,000 บาท (เพิ่มจากเดิม 30,000 บาท)
  • ส่งเงินสมทบ 120 เดือนขึ้นไป ได้รับ 105,000 บาท (เพิ่มจากเดิม 90,000 บาท)

6. กรณีลดหย่อนภาษี

เมื่อมีการปรับอัตราเงินสมทบจาก 750 บาท เป็น 875 บาทต่อเดือน ทำให้ยอดเงินรวมที่จ่ายต่อปีเพิ่มขึ้น ส่งผลให้วงเงินที่ใช้ลดหย่อนภาษีขยับตามไปด้วยเช่นกัน สำหรับปีภาษี 2569 ผู้ประกันตนสามารถนำเงินสมทบประกันสังคมไปใช้ลดหย่อนได้สูงสุด 10,500 บาทต่อปี (ปรับเพิ่มจากเดิม 9,000 บาท) โดยสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร

 

สิทธิประโยชน์

ฐานเดิม (15,000 บาท)

ฐานใหม่ (17,500 บาท)

กรณีเจ็บป่วย / ทุพพลภาพ

7,500 บาท/เดือน

8,750 บาท/เดือน

กรณีคลอดบุตร

22,500 บาท/ครั้ง

26,250 บาท/ครั้ง

ว่างงาน

7,500 บาท/เดือน

8,750 บาท/เดือน

กรณีชราภาพ ส่งเงินสมทบครบ 15 ปี

3,000 บาท/เดือน

3,500 บาท/เดือน

กรณีชราภาพ ส่งเงินสมทบครบ 25 ปี

5,250 บาท/เดือน

6,125 บาท/เดือน

กรณีเสียชีวิต (ส่งเงินสมทบ 120 เดือนขึ้นไป)

90,000 บาท

105,000 บาท

กรณีลดหย่อนภาษี

9,000 บาท

สูงสุด 10,500 บาทต่อปี

 

สรุปแล้วประกันสังคมมาตรา 33 ถือเป็นสิทธิพื้นฐานสำคัญของคนทำงานประจำ ที่ช่วยสร้างความคุ้มครองให้กับผู้ประกันตนในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล เงินชดเชยกรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ว่างงาน หรือแม้แต่เงินบำนาญหลังเกษียณ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิทธิที่เกิดขึ้นจากเงินสมทบที่ถูกหักในแต่ละเดือนนั่นเอง ดังนั้นนอกจากการทำงานเก็บเงินแล้ว การเข้าใจสิทธิของตัวเองก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน เพราะบางครั้งสิทธิเล็ก ๆ ที่หลายคนมองข้าม อาจช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายหรือช่วยพยุงสถานการณ์ในวันที่ไม่คาดคิดได้มากกว่าที่คิด และถ้าใครกำลังเริ่มต้นทำงาน หรือเพิ่งเข้าสู่ระบบ ประกันสังคมมาตรา 33 ก็อย่าลืมหมั่นเช็กสิทธิประโยชน์ รวมถึงติดตามข้อมูลจากสำนักงานประกันสังคมอยู่เสมอ จะได้ใช้สิทธิได้ครบและคุ้มค่ากับเงินสมทบที่จ่ายไปในทุกเดือน

 

Renthub : เว็บไซต์ค้นหาที่พักอันดับ 1 ของประเทศไทย ที่รวบรวมหอพักอพาร์ทเม้นท์ไว้กว่า 20,000 แห่งทั่วประเทศ ดาวน์โหลด Renthub App เพื่อให้การค้นหาหอพักของคุณเป็นเรื่องง่ายๆ เพียงแค่ปลายนิ้ว (รองรับทั้งระบบ IOS และ Android)

RELATED ARTICLES

Checklist สายมู ก่อนตัดสินใจเช่าหอพักเพื่อความปัง!

Checklist สายมู ก่อนตัดสินใจเช่าหอพักเพื่อความปัง!

รวม Checklist สายมู ก่อนเช่าหอพัก ดูทิศ เลขห้อง ต้นไม้มงคลและฮวงจุ้ย ครบจบในที่เดียว! ให้การเช่าหอพักของคุณปังตั้งแต่วันแรกที่ย้ายเข้า

โพสต์เมื่อ27 May 2026
5 อุปกรณ์ติดรถที่ชาวหอต้องมี! จอดที่ไหนก็อุ่นใจ สตาร์ทรถเมื่อไหร่ก็พร้อม

5 อุปกรณ์ติดรถที่ชาวหอต้องมี! จอดที่ไหนก็อุ่นใจ สตาร์ทรถเมื่อไหร่ก็พร้อม

รวม 5 ไอเทมลับที่คนอยู่หอพักและคอนโดต้องมีติดรถไว้ ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพิ่มความปลอดภัยในลานจอดรถ และเคล็ดลับการเลือกประกันรถยนต์ที่คุ้มค่าสำหรับชาวหอพัก

โพสต์เมื่อ27 May 2026

POPULAR ARTICLE

รวมลิสต์ของจำเป็นของเด็กหอ ย้ายหอใหม่แล้วต้องเตรียมอะไรบ้าง ?

รวมลิสต์ของจำเป็นของเด็กหอ ย้ายหอใหม่แล้วต้องเตรียมอะไรบ้าง ?

โพสต์เมื่อ02 June 2025
Renthub Logo

บริษัท ซิมเปิ้ล มีเดีย จํากัด
เลขที่ 242, 244, 246 ชั้น 2 ห้องเลขที่ A210A ถนนวัชรพล แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร 10230
โทร. 02-105-4287

COPYRIGHT © 2024, ZIMPLE MEDIA CO.,LTD, ALL RIGHTS RESERVED.

FOLLOW UP

Facebook
Line
Youtube
Instagram
Instagram
Instagram