หลายคนที่ลาออกจากงานประจำอาจกำลังสงสัยว่า… แล้วสิทธิประกันสังคมที่เคยมีจะหายไปไหม ? ซึ่งหนึ่งในทางเลือกที่คนวัยทำงานพูดถึงกันบ่อยก็คือ “ประกันสังคมมาตรา 39” เพราะเป็นวิธีที่ช่วยให้เรายังคงได้รับสิทธิประโยชน์จากประกันสังคมต่อ แม้จะไม่ได้ทำงานประจำแล้วก็ตาม โดยเฉพาะในยุคที่หลายคนเริ่มหันมาทำงานฟรีแลนซ์ ทำธุรกิจส่วนตัว หรือเปลี่ยนสายงาน การรู้จักประกันสังคมมาตรา 39 เอาไว้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเกี่ยวข้องทั้งกับค่ารักษาพยาบาล เงินชดเชย และสิทธิในอนาคตอีกหลายอย่าง
บทความนี้จะพาไปอัปเดตแบบเข้าใจง่ายว่า ประกันสังคมมาตรา 39 คืออะไร ? ต้องจ่ายเดือนละเท่าไหร่ ? สมัครยังไง ? รวมถึงสิทธิที่ผู้ประกันตนจะได้รับมีอะไรบ้าง ? ใครที่เพิ่งลาออกจากงานหรือกำลังวางแผนเปลี่ยนงาน บอกเลยว่าข้อมูลเหล่านี้คือสิ่งที่คุณควรจะศึกษาเอาไว้
ประกันสังคมมาตรา 39 คืออะไร ?
ประกันสังคมมาตรา 39 คือทางเลือกสำหรับคนที่ลาออกจากงานประจำ แต่ยังอยากรักษาสิทธิประกันสังคมต่อไว้เหมือนเดิม โดยผู้สมัครจะต้องเคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มาก่อน และสมัครต่อสิทธิภายในระยะเวลาที่กำหนดหลังออกจากงาน ซึ่งรูปแบบนี้ถือเป็น “การประกันตนแบบสมัครใจ” ซึ่งผู้ประกันตนจะต้องส่งเงินสมทบด้วยตัวเองเดือนละ 432 บาท เพื่อคงสิทธิสำคัญต่าง ๆ เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิรักษาพยาบาล เงินชดเชยกรณีเจ็บป่วย รวมถึงสิทธิเงินบำนาญในอนาคต อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สมัครประกันสังคมมาตรา 39 จำเป็นต้องส่งเงินสมทบอย่างต่อเนื่องทุกเดือน เพราะหากขาดส่ง 3 เดือนติดกัน หรือภายในระยะเวลา 1 ปี ส่งเงินสมทบไม่ครบ 9 เดือน จะถือว่าสิ้นสุดสถานะผู้ประกันตนทันที และไม่สามารถกลับมาใช้สิทธิเดิมได้อีก ดังนั้นเรื่องการส่งเงินสมทบตรงเวลาจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยทีเดียว
อัตราเงินสมทบของประกันสังคมมาตรา 39
สำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 39 จะต้องชำระเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมด้วยตัวเองเดือนละ 432 บาท โดยคำนวณจากฐานรายได้สมมติที่ 4,800 บาท ในอัตรา 9% ซึ่งแตกต่างจากตอนเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่นายจ้างจะช่วยสมทบให้บางส่วน
การส่งเงินสมทบของ ประกันสังคมมาตรา 39 จำเป็นต้องส่งอย่างต่อเนื่องทุกเดือน เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิรักษาพยาบาล เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย หรือสิทธิด้านเงินบำนาญในอนาคต ดังนั้นใครที่สมัครมาตรา 39 ไว้แล้ว ก็ควรเช็กกำหนดการชำระเงินให้ดี เพราะหากขาดส่งเงินสมทบตามเงื่อนไขที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด อาจทำให้สถานะผู้ประกันตนสิ้นสุดลงได้
สิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากประกันสังคมมาตรา 39
ผู้ประกันตนตามประกันสังคม มาตรา 39 จะได้รับความคุ้มครองพื้นฐาน 6 กรณี ได้แก่…
- ค่ารักษาพยาบาล : สามารถใช้สิทธิ์รักษาพยาบาลกับโรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม ครอบคลุมการตรวจรักษา โรคทั่วไป อุบัติเหตุ รวมถึงการรักษาตามเงื่อนไขของสำนักงานประกันสังคม
- เงินทดแทนการขาดรายได้ : กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตรายจนไม่สามารถทำงานได้ จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
- เงินสงเคราะห์คลอดบุตร : ผู้ประกันตนสามารถเบิกค่าคลอดบุตรได้ตามอัตราที่กำหนด รวมถึงอาจได้รับเงินสงเคราะห์เพิ่มเติมตามสิทธิ์ของประกันสังคม
- กรณีทุพพลภาพ : ถ้าผู้ประกันตนเกิดทุพพลภาพจนไม่สามารถทำงานได้ จะได้รับเงินทดแทนรายเดือน รวมถึงสิทธิ์การรักษาพยาบาลที่เกี่ยวข้อง
- กรณีชราภาพ : เมื่อถึงอายุเกษียณและมีการส่งเงินสมทบตามเงื่อนไข จะมีสิทธิ์ได้รับเงินบำนาญชราภาพหรือเงินบำเหน็จตามระยะเวลาการส่งเงินสมทบ
- กรณีเสียชีวิต : ถ้าผู้ประกันตนเสียชีวิต ทายาทหรือผู้จัดการศพสามารถรับเงินค่าทำศพและเงินสงเคราะห์ตามหลักเกณฑ์ของประกันสังคมได้
เงื่อนไขและคุณสมบัติของผู้สมัครประกันสังคมมาตรา 39
สำหรับคนที่ต้องการสมัคร “ประกันสังคมมาตรา 39” จะต้องมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานประกันสังคมกำหนดเอาไว้ โดยหลัก ๆ มีรายละเอียดดังนี้
- เคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มาก่อน : หมายถึงเคยทำงานประจำและอยู่ในระบบประกันสังคมของบริษัทหรือองค์กร
- ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน : โดยไม่จำเป็นต้องส่งติดต่อกัน แต่ต้องรวมกันแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน
- ออกจากงานประจำแล้ว : เมื่อสิ้นสุดการเป็นพนักงานและไม่ได้อยู่ในมาตรา 33 ต่อ ก็สามารถสมัครมาตรา 39 เพื่อรักษาสิทธิประกันสังคมต่อได้
- ต้องสมัครภายใน 6 เดือน หลังลาออกจากงาน : หากปล่อยเกินระยะเวลาที่กำหนด จะไม่สามารถสมัคร ประกันสังคมมาตรา 39 ได้
- ไม่เป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 หรือผู้ประกันตนมาตราอื่นอยู่แล้ว : เพราะผู้ประกันตนสามารถเลือกอยู่ในระบบได้เพียงมาตราเดียวเท่านั้น
วิธีสมัครประกันสังคมมาตรา 39
สำหรับคนที่ต้องการสมัคร ประกันสังคมมาตรา 39 ปัจจุบันสามารถดำเนินการได้ทั้งแบบออนไลน์และสมัครด้วยตัวเองที่สำนักงานประกันสังคม ซึ่งแต่ละวิธีก็มีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากมากนัก โดยเราได้สรุปการสมัครประกันสังคมมาตรา 39 มาฝาก ดังนี้...
สมัครประกันสังคมมาตรา 39 ผ่านช่องทางออนไลน์
ใครที่ไม่สะดวกเดินทาง สามารถสมัครผ่านระบบออนไลน์ของสำนักงานประกันสังคมได้ โดยเริ่มจาก
- เข้าเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคมที่ สำนักงานประกันสังคม
- จากนั้นเลือกเมนู “สมาชิกผู้ประกันตน” และดำเนินการสมัครมาตรา 39 ผ่านระบบ e-Service
- หลังจากเข้าสู่ระบบแล้ว ให้ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครให้เรียบร้อย
- กรอกข้อมูลและทำตามขั้นตอนที่ระบบกำหนดจนเสร็จครบทุกขั้นตอน
ซึ่งวิธีนี้ถือว่าสะดวกมากสำหรับคนที่ต้องการสมัครด้วยตัวเองแบบรวดเร็ว
สมัครประกันสังคมมาตรา 39 ที่สำนักงานประกันสังคม
อีกหนึ่งวิธีคือการเดินทางไปสมัครด้วยตัวเองที่สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ที่สะดวก โดยก่อนเดินทางควรเตรียมเอกสารให้ครบ ได้แก่
- บัตรประชาชนตัวจริง
- แบบคำขอสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 (แบบ สปส. 1-20)
เมื่อไปถึงสำนักงานประกันสังคม เจ้าหน้าที่จะให้กรอกข้อมูล ตรวจสอบคุณสมบัติ และดำเนินการสมัครให้ ซึ่งหากเอกสารครบและคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ ก็สามารถลงทะเบียนเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ได้ทันที
ทั้งนี้ไม่ว่าจะสมัครผ่านช่องทางไหน สิ่งสำคัญคือควรสมัครภายใน 6 เดือนหลังลาออกจากงาน เพื่อไม่ให้เสียสิทธิในการสมัคร ประกันสังคมมาตรา 39 นั่นเอง
วิธีเช็กสถานะประกันสังคมมาตรา 39
ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบสถานะ ประกันสังคมมาตรา 39 ได้ง่าย ๆ ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคม หรือเช็กผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือก็ได้เช่นกัน ซึ่งจะช่วยให้ตรวจสอบข้อมูลการส่งเงินสมทบและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ได้สะดวกมากขึ้น
เช็กสถานะผ่านเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม
- เริ่มต้นด้วยการเข้าไปที่ เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม
- จากนั้นหากยังไม่เคยสมัครใช้งานระบบ ให้เลือกเมนู “ลงทะเบียน” เพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งานใหม่
- ในขั้นตอนการสมัคร ระบบจะให้กรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น เลขบัตรประชาชน 13 หลัก/เบอร์โทรศัพท์มือถือ/วันเดือนปีเกิด/ชื่อ-นามสกุล/อีเมล (ถ้ามี) พร้อมตั้งรหัสผ่านสำหรับเข้าใช้งานระบบในครั้งถัดไป
- หลังกรอกข้อมูลครบแล้ว ระบบจะส่งรหัส OTP ไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่ลงทะเบียนไว้ เพื่อนำมายืนยันตัวตน เมื่อยืนยันเรียบร้อยก็สามารถเข้าสู่ระบบเพื่อตรวจสอบข้อมูลประกันสังคมมาตรา 39 ได้ทันที
ส่วนคนที่เคยลงทะเบียนไว้แล้ว สามารถเข้าสู่ระบบได้เลยด้วยเลขบัตรประชาชนและรหัสผ่าน โดยไม่ต้องสมัครใหม่อีกครั้ง
เช็กสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน SSO Connect
นอกจากเว็บไซต์แล้ว ผู้ประกันตนยังสามารถตรวจสอบข้อมูลผ่านแอป “SSO Connect” (IOS/Android) ได้อีกด้วย ซึ่งช่วยให้เช็กข้อมูลต่าง ๆ ได้สะดวกผ่านมือถือ ไม่ว่าจะเป็นสถานะผู้ประกันตน ประวัติการส่งเงินสมทบ หรือสิทธิประโยชน์ประกันสังคมต่าง ๆ ก็สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลาเลยทีเดียว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันสังคมมาตรา 39 (FAQ)
Q : ประกันสังคมมาตรา 39 เหมาะกับใคร ?
เหมาะสำหรับคนที่เคยเป็นพนักงานประจำและอยู่ในระบบประกันสังคมมาตรา 33 มาก่อน แต่ลาออกจากงานแล้วและยังต้องการรักษาสิทธิประกันสังคมต่อ เช่น สิทธิรักษาพยาบาล เงินชดเชย หรือสิทธิเงินบำนาญในอนาคต
Q : สมัครประกันสังคมมาตรา 39 ได้ภายในกี่วันหลังลาออก ?
ต้องสมัครภายใน 6 เดือน หลังออกจากงาน หากเกินระยะเวลาที่กำหนด จะไม่สามารถสมัคร ประกันสังคมมาตรา 39 ได้
Q : ประกันสังคมมาตรา 39 ต้องจ่ายเดือนละเท่าไหร่ ?
ผู้ประกันตนมาตรา 39 ต้องส่งเงินสมทบด้วยตัวเองเดือนละ 432 บาท เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของประกันสังคมเอาไว้
Q : หากลืมส่งเงินสมทบจะเกิดอะไรขึ้น ?
หากขาดส่งเงินสมทบ 3 เดือนติดต่อกัน หรือภายในระยะเวลา 1 ปี ส่งเงินสมทบไม่ครบ 9 เดือน จะถือว่าสิ้นสุดสถานะผู้ประกันตนมาตรา 39 ทันที และไม่สามารถกลับมาใช้สิทธิเดิมได้อีก
Q : ประกันสังคมมาตรา 39 ใช้สิทธิรักษาพยาบาลได้ไหม ?
สามารถใช้สิทธิรักษาพยาบาลได้เหมือนเดิม โดยเลือกโรงพยาบาลประกันสังคมตามเงื่อนไขที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด
Q : ถ้ากลับไปทำงานประจำอีกครั้ง มาตรา 39 จะเป็นยังไง ?
หากกลับเข้าไปทำงานประจำและนายจ้างขึ้นทะเบียนประกันสังคมมาตรา 33 ให้ สถานะผู้ประกันตนมาตรา 39 จะสิ้นสุดโดยอัตโนมัติ และกลับเข้าสู่ระบบมาตรา 33 ตามเดิม
Q : สามารถเช็กสถานะประกันสังคมมาตรา 39 ได้จากไหน ?
สามารถตรวจสอบได้ผ่าน เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม หรือผ่านแอปพลิเคชัน SSO Connect (IOS/Android) เพื่อเช็กข้อมูลสิทธิประโยชน์และประวัติการส่งเงินสมทบได้สะดวกมากขึ้น
สรุปแล้ว “ประกันสังคมมาตรา 39” ถือเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับคนที่ลาออกจากงานประจำ แต่ยังอยากรักษาสิทธิประกันสังคมเอาไว้ต่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่ารักษาพยาบาล เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร หรือสิทธิในอนาคตอย่างเงินบำนาญชราภาพ แม้จะต้องจ่ายเงินสมทบเองทุกเดือน แต่เมื่อเทียบกับสิทธิที่ได้รับแล้ว ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ช่วยเพิ่มความอุ่นใจได้ไม่น้อย โดยเฉพาะในวันที่ชีวิตการทำงานเริ่มไม่แน่นอนเหมือนเดิม ดังนั้นใครที่กำลังจะลาออกจากงาน หรือเพิ่งเปลี่ยนมาเป็นสายฟรีแลนซ์ อย่าลืมเช็กสิทธิของตัวเองให้ดี เพราะบางครั้งการวางแผนเรื่องเล็ก ๆ แบบนี้ อาจช่วยลดภาระในอนาคตได้มากกว่าที่คิด
Renthub : เว็บไซต์ค้นหาที่พักอันดับ 1 ของประเทศไทย ที่รวบรวมหอพักอพาร์ทเม้นท์ไว้กว่า 20,000 แห่งทั่วประเทศ ดาวน์โหลด Renthub App เพื่อให้การค้นหาหอพักของคุณเป็นเรื่องง่ายๆ เพียงแค่ปลายนิ้ว (รองรับทั้งระบบ IOS และ Android)