Renthub Logo
Home Icon

รวม "วิธีทำให้ห้องหอมชื่นใจ" เหมือนอยู่ในโรงแรมสุดหรู

BY
Vivian B.
โพสต์เมื่อ
09 November 2023
รวม "วิธีทำให้ห้องหอมชื่นใจ" เหมือนอยู่ในโรงแรมสุดหรู

คุณเป็นอีกคนหนึ่งไหมคะ ที่ชอบกลิ่นห้องหอม ๆ ของตามโรงแรมสุดหรู ซึ่งแค่เปิดประตูเข้าไปก็สามารถทำให้เรารู้สึกถึงความผ่อนคลาย จนอยากที่จะเอนกายลงนอนเพื่อพักผ่อน แต่มันจะเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อยหากเราสามารถทำให้ห้องของเราหอมชื่นใจโดยที่ไม่ต้องเสียเงินไปจ่ายค่าโรงแรมแพง ๆ ซึ่งนอกจากกลิ่นหอม ๆ ภายในห้องที่คุณจะได้รับแล้ว การมีห้องที่มีกลิ่นหอมยังจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับเจ้าของห้องเองอีกด้วย (หากมีเพื่อน มีแฟน หรือบุคคลอื่น ๆ มาที่ห้อง) เพราะฉะนั้นวันนี้เราจึงได้รวมเคล็ดลับวิธีทำให้ห้องหอมมาฝาก ซึ่งรับประกันเลยว่าห้องของคุณจะหอมชื่นใจจนไม่อยากจะออกไปไหนเลยล่ะ

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ห้องของคุณมีกลิ่นเหม็น

ก่อนที่เราจะไปพบกับวิธีทำให้ห้องหอมเหมือนกับโรงแรมสุดหรู เรามาดูกันก่อนดีกว่าค่ะว่ากลิ่นเหม็นภายในห้องนั้นมันมาจากอะไร ?

  • อากาศไม่ถ่ายเท : อากาศที่ไม่ถ่ายเทจะทำให้ความชื้นสะสมอยู่ภายในห้อง ซึ่งก็จะส่งผลให้เกิดเชื้อราและแบคทีเรีย อันเป็นสาเหตุที่ให้ห้องของคุณมีกลิ่นอันไม่พึงประสงค์นั่นเอง
  • เศษอาหารและขยะ : ตัวการสำคัญที่ทำให้ห้องของคุณมีกลิ่นเหม็นเลยก็คือ “เศษอาหารและขยะ” ที่เป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียและเชื้อโรคชั้นดีที่จะทำให้ห้องของคุณมีกลิ่นที่เหม็น ฉะนั้นหมั่นทิ้งเศษอาหารและขยะเป็นประจำทุกวัน
  • ฝุ่น ไรฝุ่น และขนสัตว์ : ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าฝุ่น ไรฝุ่นหรือแม้แต่ขนสัตว์ ก็สามารถทำให้เกิดกลิ่นเหม็นภายในห้องได้เหมือนกัน
  • กลิ่นสาบจากผ้าปูที่นอน : รู้หรือไม่ ว่าเมื่อตอนที่เรากำลังนอนหลับนั้นมักจะมีเหงื่อออกตามร่างกายเป็นปกติ(แม้จะเปิดแอร์เย็นสักแค่ไหนก็ตาม) ซึ่งเหงื่อที่ออกมานั้นก็จะสะสมอยู่บนผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม จนกลายเป็นกลิ่นสาปนั่นเอง
  • ปัญหาโครงสร้าง : เช่น รอยรั่วของท่อน้ำ ท่อน้ำทิ้ง หรือผนังแตกร้าว ก็สามารถทำให้เกิดกลิ่นเหม็นได้
  • กลิ่นจากห้องน้ำ : บ่อยครั้งที่ห้องของเรามีกลิ่นเหม็นมาจากห้องน้ำ ดังนั้นปิดประตูห้องน้ำทุกครั้งหลังใช้งาน
  • กลิ่นเหม็นจากสัตว์เลี้ยง : สำหรับใครที่เลี้ยงสัตว์อยู่ในห้อง ก็ให้ทำใจเลยว่าห้องของคุณจะต้องมีกลิ่นสาบสัตว์อย่างแน่นอน แต่จะมากหรือน้อยนั้นก็ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาความสะอาดเป็นหลัก
  • กลิ่นบุหรี่ : สาเหตุในข้อนี้ก็เป็นที่รู้กันดีว่ามันเหม็นขนาดไหน และที่สำคัญกลิ่นบุหรี่ยังชอบลอยไปติดตามผ้าม่านหรือเฟอร์นิเจอร์จนกลายเป็นกลิ่นฝั่งแน่นอีกด้วย

10 วิธีทำให้ห้องหอม

1. หมั่นทำความสะอาดห้องอย่างสม่ำเสมอ

สิ่งที่จะช่วยทำให้ห้องของคุณมีกลิ่นหอมแบบง่าย ๆ เลยก็คือ การทำความสะอาดภายในห้องเป็นประจำเพื่อลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย ไม่ว่าจะเป็นการปัดกวาดเช็ดถูพื้น, การซักผ้าม่าน, การล้างเครื่องปรับอากาศ, การทิ้งขยะในห้องนอน(ข้อนี้สำคัญ) ฯลฯ ซึ่งนอกจากจะช่วยทำให้ห้องของคุณสะอาดขึ้นและหอมขึ้นแล้ว การทำความสะอาดยังถือได้ว่าเป็นการดูแลสุขอนามัยทางอ้อมได้อีกด้วยนะคะ

2. เปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศเป็นประจำ

การเปิดหน้าต่างห้องนอนเป็นประจำจะช่วยลดกลิ่นอับชื้นภายในห้องนอนได้เป็นอย่างดี และแสง UV จากแดดก็จะช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ ได้อีกด้วย แต่ทั้งนี้ก่อนการเปิดหน้าต่างอย่าลืมตรวจค่าฝุ่น PM 2.5 ไม่เช่นนั้นจากที่จะได้ประโยชน์ คุณอาจจะได้รับโทษกลับมาแทน ขอเตือนไว้ก่อนนนน

3. ใช้เครื่องฟอกอากาศช่วยลดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์

ให้ห้องของคุณหอมพร้อมกับอากาศที่สะอาด สูดดมได้อย่างสบายปอดด้วย “เครื่องฟอกอากาศ” โดยในปัจจุบันนี้มีเครื่องฟอกอากาศออกมาจำหน่ายอยู่หลากหลายแบบ หลากหลายราคา ซึ่งคุณก็สามารถเลือกซื้อกันได้ตามใจชอบ และนอกจากเจ้าตัวเครื่องตัวนี้จะช่วยทำให้อากาศภายในห้องของคุณสะอาดปราศจากเชื้อโรคแล้ว เครื่องฟอกอากาศยังช่วยลดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ภายในห้องได้เป็นอย่างดีอีกด้วยนะ

4. หมั่นเปลี่ยนผ้าปูที่นอน

ต่อให้คุณทำความสะอาดห้องบ่อยสักแค่ไหน เอาเครื่องหอมมาวางในห้องมากสักเท่าไหร่ แต่คุณไม่ยอมซักผ้าปูที่นอน เราก็ขอบอกเลยว่าห้องของคุณจะไม่มีทางหอมชื่นใจอย่างแน่นอน ซึ่งเผลอ ๆ อาจจะมีกลิ่นสาบหรือกลิ่นอับเหม็นตลบอบอวลอยู่ในห้องอีกด้วย เพราะผ้าปูที่นอนรวมไปถึงเครื่องนอนทุก ๆ ชิ้น ล้วนเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคต่าง ๆ มากมาย เนื่องจากในขณะที่คุณนอนหลับอยู่นั้นร่างกายของเรามักจะมีเหงื่อซึมออกมา(แม้ว่าคุณจะเปิดแอร์เย็นมากสักแค่ไหนก็ตาม) ดังนั้นหากคุณต้องการให้ห้องนอนมีกลิ่นหอมชื่นใจก็อย่าลืมหมั่นเปลี่ยนผ้าปูที่นอนเป็นประจำ

5. น้ำยาปรับผ้านุ่มช่วยได้

วิธีที่จะช่วยทำให้ห้องนอนของคุณหอมแบบง่าย ๆ แถมสบายกระเป๋าเลยก็คือ “การใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม” ซึ่งวิธีการนี้เราได้มาจากกลุ่ม “งานบ้านที่รัก” ค่ะ โดยวิธีการทำให้ห้องนอนหอมด้วยน้ำยาปรับผ้านุ่มเลยก็คือ...ให้คุณเทน้ำยาปรับผ้านุ่มลงในถ้วยเล็ก ๆ จากนั้นนำสำลีจุ่มลงไปเพื่อรักษาความชุ่มชื่นไม่ให้น้ำยาปรับผ้านุ่มแห้งเร็ว ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปและกลิ่นเริ่มจางก็ให้คุณเติมน้ำยาปรับผ้านุ่มลงไปในถ้วยเดิม เพียงแค่นี้ห้องของคุณก็จะหอมสดชื่นในงบประมาณที่จับต้องได้แล้วล่ะ

6. ปลั๊กน้ำหอมช่วยให้ห้องหอมฟุ้ง

สำหรับใครที่กระเป๋าหนักและต้องการความหอมแบบเร่งด่วน เราก็ขอแนะนำให้คุณใช้ “ปลั๊กน้ำหอม” เนื่องจากปลั๊กน้ำหอมจะช่วยทำให้ห้องนอนของคุณหอมได้ภายใน 5 นาที โดยปลั๊กน้ำหอมนั้นจะเป็นปลั๊กแล้วมีขวดน้ำหอมเสียบติดอยู่ ซึ่งตัวปลั๊กจะทำความร้อนและทำให้น้ำหอมภายในระเหยออกมา ทั้งนี้ถ้าน้ำหอมหมดหรือคุณต้องการเปลี่ยนกลิ่น คุณก็สามารถเปลี่ยนขวดน้ำหอมได้ทันที(ไม่ต้องซื้อตัวปลั๊กใหม่) ส่วนราคาของปลั๊กน้ำหอมก็จะต้องยอมรับเลยว่ามีราคาที่ค่อนข้างจะสูงอยู่พอสมควร แต่ถ้าหากเปรียบเทียบกับเรื่องของความหอมที่คุณจะได้รับแล้ว “คุ้มค่าคุ้มราคา” อย่างแน่นอน

7. ใช้สเปรย์ปรับอากาศ

วิธีการทำให้ห้องหอมแบบเร่งด่วนและประหยัดเงินในกระเป๋า เราก็คงจะต้องขอแนะนำ “สเปรย์ปรับอากาศ” ซึ่งคุณสามารถหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่ว ๆ ไป แต่จุดอ่อนของวิธีการนี้ก็คือ ห้องของคุณจะหอมเพียงแค่แป๊บเดียวเท่านั้น ส่งผลให้วิธีการนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการให้ห้องหอมเร็ว ๆ เพื่อต้อนรับแขกที่กำลังจะมาที่ห้องอะไรทำนองนั้นมากกว่า

8. ใช้ก้านไม้หอมปรับอากาศ

อีกหนึ่ง Item เด็ด ที่จะช่วยทำให้ห้องนอนของคุณหอมชื่นใจเลยก็คือ “ก้านไม้หอมปรับอากาศ” ซึ่ง Item ชิ้นนี้จะกระจายกลิ่นได้ดีในห้องที่มีขนาดไม่ใหญ่มากอย่างเช่นห้องนอน ห้องน้ำ ฯลฯ อีกทั้งในปัจจุบันนี้ก้านไม้หอมปรับอากาศก็มีหลายกลิ่น หลายเรทราคาให้คุณได้เลือกซื้อกันตามต้องการอีกด้วย

9. ใช้เจลปรับอากาศ

เจลปรับอากาศถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่หาซื้อได้ง่ายเป็นอย่างมาก เพราะตามร้านสะดวกซื้อส่วนใหญ่ก็จะมีเจลปรับอากาศวางขายอยู่ ทั้งนี้กลิ่นหอมอาจจะอยู่ได้ไม่นานเท่ากับอุปกรณ์ชิ้นอื่น ๆ (แต่นานกว่าสเปรย์นะ) เนื่องจากตัวเจลมักจะแห้งไวนั่นเอง

10. เลือกเทียนหอมกลิ่นโปรด

Item ให้ความหอมยอดนิยมแห่งยุค ก็คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้เลยนอกจาก “เทียนหอม” ซึ่งการจุดเทียนหอมไว้ในห้องนั้นนอกจากจะมีกลิ่นอันหอมละมุนแล้ว เทียนหอมยังจะช่วยทำให้บรรยากาศภายในห้องดูผ่อนคลายคล้าย ๆ กับการพักอยู่ภายในโรงแรมสุดหรูไม่มีผิด ดังนั้นใครที่ต้องการกลิ่นหอมและบรรยากาศอันผ่อนคลายภายในห้อง เทียนหอมก็คงจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุณไม่ควรจะพลาดด้วยประการทั้งปวง

วิธีทำให้ห้องหอมตามที่เรากล่าวไปข้างต้น สามารถนำไปปรับใช้ได้กับห้องพักอาศัยตามหอพัก อพาร์ทเม้นท์ คอนโด หรือแม้แต่ผู้ที่พักอาศัยอยู่ภายในบ้าน และที่สำคัญที่จะทำให้ห้องของคุณหอมอยู่ตลอดเวลาเลยก็คือ “ความสม่ำเสมอ” เช่น หมั่นทำความสะอาดห้องเป็นประจำ ทิ้งขยะในห้องทุกวัน หมั่นเติมน้ำยาปรับอากาศภายในห้อง ฯลฯ เพียงแค่นี้ห้องของคุณก็จะหอมชื่นใจจนหลาย ๆ คน ต้องยกนิ้วให้ว่าห้องหอมเหมือนอยู่ในโรงแรมสุดหรูไม่มีผิดเลยล่ะค่ะ และไว้โอกาสหน้าเราจะนำทริคหรือเคล็ดลับอะไรมาฝากชาวหอพักอีก คุณก็สามารถติดตามบทความดี ๆ ได้ที่ Renthub Blog : บทความที่รวมทุกเรื่องของชาวหอพักอพาร์ทเม้นท์

RELATED ARTICLES

ปรับตัวอย่างไรดี ? เมื่อต้องไปอยู่หอพักคนเดียวครั้งแรก

ปรับตัวอย่างไรดี ? เมื่อต้องไปอยู่หอพักคนเดียวครั้งแรก

การย้ายจากบ้านไปอยู่หอพักคนเดียวครั้งแรก ถือได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความอิสระ แต่สำหรับหลาย ๆ คน กลับรู้สึกประหม่า เหงา และเกิดความกังวลใจเมื่อต้องไกลบ้าน แต่ก็ไม่ต้องเป็นกังวลใจไปค่ะ เพราะในบทความนี้เราได้รวบรวมเคล็ดลับดี ๆ ที่จะช่วยทำให้คุณปรับตัวเข้ากับชีวิตในหอพักได้อย่างราบรื่น และจะช่วยเปลี่ยนหอพักของคุณให้กลายเป็นบ้านหลังที่สองที่อบอุ่นและปลอดภัยมาฝาก

โพสต์เมื่อ20 June 2024
กู้ยืมเงิน กยศ. ทำยังไง ? ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ?

กู้ยืมเงิน กยศ. ทำยังไง ? ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ?

สำหรับน้อง ๆ นักเรียนนักศึกษาที่กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับการ “กู้ยืมเงิน กยศ.” อยู่ล่ะก็ บทความนี้พี่ก็ได้สรุปใจความสำคัญเกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน กยศ. ในเรื่องต่าง ๆ มาฝากค่ะ ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการกู้ยืมเงิน กยศ. การจัดเตรียมเอกสารต่าง ๆ ฯลฯ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปพบกับข้อมูลการทำเรื่องขอกู้ยืมเงิน กยศ. พร้อม ๆ กันเลย

โพสต์เมื่อ16 June 2024

POPULAR ARTICLE

สรุปแล้ว “ค่าล้างแอร์” ใครกันแน่ที่ต้องเป็นคนจ่าย (เราหรือเจ้าของหอพัก) ?
Renthub Logo

บริษัท ซิมเปิ้ล มีเดีย จํากัด
เลขที่ 242, 244, 246 ชั้น 2 ห้องเลขที่ A210A ถนนวัชรพล แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร 10230
โทร. 02-105-4287

COPYRIGHT © 2019, ZIMPLE MEDIA CO.,LTD, ALL RIGHTS RESERVED.

FOLLOW UP

Facebook
Line
Youtube
Instagram