ช่วง Low Season เป็นอีกหนึ่งช่วงที่เจ้าของที่พัก ไม่ว่าจะหอพัก อพาร์ทเม้นท์หรือโรงแรม ก็ต้องรับมือกับปัญหา “ห้องว่าง” มากกว่าปกติ เพราะจำนวนผู้เช่าหรือผู้เข้าพักใหม่อาจลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดูแลที่พักยังคงเกิดขึ้นตามปกติ หลายคนจึงเลือกใช้วิธีลดราคาเพื่อดึงดูดลูกค้า แต่การลดราคาอาจไม่ใช่คำตอบเดียว และหากทำบ่อยเกินไปก็อาจกระทบต่อรายได้ของที่พักในระยะยาว
เมื่อเจอห้องว่าง หลายคนอาจเลือกวิธีลดค่าเช่าหรือจัดโปรโมชั่นทันทีเพื่อดึงดูดผู้เช่า แต่จริง ๆ แล้วการลดราคาไม่ใช่ทางออกเดียว เจ้าของหอพักสามารถปรับการทำการตลาด และโปรโมทประกาศให้เหมาะกับช่วง Low Season เพื่อเพิ่มโอกาสในการหาผู้เช่าใหม่และลดจำนวนห้องว่างได้
ในบทความนี้ Renthub จะพาเจ้าของที่พักไปดู 7 วิธีลดห้องว่างในช่วง Low Season ตั้งแต่การปรับประกาศ เพิ่มโอกาสให้ผู้เช่าเห็นที่พัก ไปจนถึงการทำโปรโมชั่นและขยายกลุ่มเป้าหมาย เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการได้ผู้เช่าและผู้เข้าพัก โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยการลดราคาค่าเช่าหรือราคาห้องพักเพียงอย่างเดียว
1. วิเคราะห์ก่อนว่าทำไมห้องถึงว่าง
ก่อนจะรีบลดค่าเช่าหรือจัดโปรโมชั่น ลองหาสาเหตุให้ชัดเจนก่อนว่าห้องพักว่างเพราะอะไร เพราะปัญหาของแต่ละที่อาจไม่เหมือนกัน บางแห่งอาจมีคนเห็นประกาศจำนวนมากแต่ไม่มีใครติดต่อ ในขณะที่บางแห่งอาจแทบไม่มีคนเห็นประกาศเลย หรือบางครั้งราคาอาจสูงกว่าที่พักในบริเวณเดียวกันจนผู้เช่าเลือกเปรียบเทียบกับที่อื่น
การดูข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เจ้าของที่พักแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น เช่น หากประกาศมีคนเห็นน้อย อาจต้องเพิ่มการมองเห็นของประกาศ แต่หากมีคนติดต่อเข้ามาแต่ปิดการเช่าไม่ได้ อาจต้องกลับมาดูเรื่องราคา จุดขาย รูปภาพ หรือรายละเอียดของห้องพักอีกครั้ง การรู้สาเหตุที่แท้จริงจึงเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนตัดสินใจว่าจะปรับอะไร
สำหรับเจ้าของที่พักที่ลงประกาศบน Renthub อีกวิธีที่สามารถช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้เช่าเห็นประกาศได้ คือการ “เลื่อนประกาศ” ซึ่งเป็นการนำประกาศกลับขึ้นมาแสดงในตำแหน่งที่โดดเด่นขึ้นอีกครั้ง โดยสามารถกดเลื่อนได้ฟรีวันละครั้ง ทั้งนี้เมื่อมีประกาศใหม่หรือประกาศอื่นถูกเลื่อนขึ้นมา ประกาศของคุณก็อาจค่อย ๆ เลื่อนลำดับลงอีกครั้ง ดังนั้นในช่วงที่มีห้องว่าง การวางแผนเลื่อนประกาศอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้เช่าได้
2. การปรับประกาศห้องพักให้น่าสนใจและข้อมูลครบถ้วน
ในช่วงที่ผู้เช่ามีตัวเลือกจำนวนมาก การมีประกาศที่ข้อมูลครบและนำเสนอห้องพักได้อย่างน่าสนใจจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้เช่าหยุดดูประกาศของคุณมากขึ้น โดยเฉพาะรูปภาพหน้าปกที่ควรแสดงให้เห็นจุดเด่นของที่พักอย่างชัดเจน รวมถึงภาพบริเวณส่วนกลาง สิ่งอำนวยความสะดวก และบรรยากาศโดยรอบ
นอกจากรูปภาพแล้ว ควรตรวจสอบรายละเอียดในประกาศให้เป็นข้อมูลปัจจุบันอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ สิ่งอำนวยความสะดวก ระยะทางจากสถานที่สำคัญ รวมถึงเงื่อนไขการเช่า เพราะผู้เช่ามักใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการเปรียบเทียบหลายแห่ง หากประกาศให้ข้อมูลครบตั้งแต่แรก ก็ช่วยลดความลังเลและทำให้ผู้เช่าตัดสินใจติดต่อได้ง่ายขึ้น
เริ่มอัปเดตข้อมูลประกาศที่พักของคุณได้เลย
3. เพิ่มโอกาสให้ผู้เช่าเห็นประกาศมากขึ้น
ต่อให้ห้องพักมีทำเลดี ราคาเหมาะสม และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ แต่หากผู้เช่าไม่เห็นประกาศ ก็ยากที่จะเกิดการติดต่อ โดยเฉพาะในช่วง Low Season ที่เจ้าของหอพักอาจต้องแข่งขันเพื่อแย่งความสนใจจากผู้เช่าที่มีตัวเลือกมากขึ้น การเพิ่มการมองเห็นของประกาศจึงเป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม
หากต้องการเพิ่มการมองเห็นมากกว่าการเลื่อนประกาศตามปกติ เจ้าของที่พักสามารถเลือกใช้ โฆษณา Top Ads ช่วยให้ประกาศแสดงในตำแหน่งโฆษณาด้านบนสุดของผลการค้นหา โดยเรียงลำดับตามนี้ Exclusive, Premium และ Standard ทำให้ผู้เช่ามีโอกาสเห็นประกาศของคุณก่อนประกาศทั่วไป และไม่จำเป็นต้องเข้ามากดเลื่อนประกาศเองเหมือนการลงประกาศทั่วไป
วิธีนี้เหมาะเป็นพิเศษสำหรับช่วงที่มีห้องว่างหลายห้อง หรือต้องการเร่งเพิ่มการมองเห็นในช่วงเวลาที่มีการแข่งขันสูง เพราะแทนที่จะรอให้ผู้เช่าค้นหาแล้วเลื่อนมาเจอประกาศของคุณ ก็สามารถเพิ่มโอกาสให้ประกาศอยู่ในจุดที่ผู้เช่ามองเห็นได้ง่ายขึ้น โดยปัจจุบัน Renthub มีแพ็กเกจโฆษณา Top Ads สำหรับเจ้าของหอพักที่ต้องการเพิ่มโอกาสการมองเห็นประกาศโดยเฉพาะ
4. จัดโปรโมชั่นโดยไม่จำเป็นต้องลดค่าเช่า
การลดค่าเช่าอาจช่วยดึงดูดผู้เช่าได้ในระยะสั้น แต่ก็อาจส่งผลต่อรายได้ของหอพักในระยะยาว ดังนั้นอีกทางเลือกหนึ่งคือการเพิ่ม “มูลค่า” ให้กับข้อเสนอแทนการลดราคาค่าเช่าโดยตรง เช่น ฟรี Wi-Fi ฟรีค่าจอดรถ ส่วนลดค่าแรกเข้า หรือโปรโมชั่นสำหรับผู้เช่าที่ทำสัญญาระยะยาว
ข้อดีของวิธีนี้คือเจ้าของสามารถกำหนดโปรโมชั่นให้เหมาะกับต้นทุนของตัวเองได้ และยังคงรักษาระดับราคาค่าเช่าปกติเอาไว้ได้ เช่น หากหอพักมีพื้นที่จอดรถเหลือ การนำค่าที่จอดรถมาเป็นโปรโมชั่นอาจช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้ห้องพัก โดยไม่จำเป็นต้องลดค่าเช่ารายเดือนลงโดยตรง ทั้งยังสามารถนำต้นทุนที่เหลืออยู่มาใช้ประโยชน์ได้
5. ขยายกลุ่มผู้เช่าให้มากกว่านักศึกษา
หากหอพักมีผู้เช่าหลักเป็นนักศึกษา ช่วงปิดเทอมหรือช่วงที่ไม่มีการเปิดภาคเรียนใหม่อาจทำให้จำนวนผู้เช่าลดลงได้ เจ้าของหอพักจึงอาจลองขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังคนทำงาน First Jobber พนักงานบริษัท บุคลากรโรงพยาบาล หรือพนักงานในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความต้องการเช่าที่พักตลอดทั้งปีมากกว่า
การสื่อสารกับผู้เช่าแต่ละกลุ่มควรเน้นจุดเด่นของที่พักให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มนั้น ๆ เช่น หากที่พักอยู่ใกล้แหล่งงาน เน้นเรื่องการเดินทางและระยะทางจากที่ทำงาน หากอยู่ใกล้โรงพยาบาลโปรโมทเรื่องความสะดวกในการเดินทางสำหรับบุคลากรหรือญาติผู้ป่วย การขยายกลุ่มเป้าหมายให้หลากหลายจึงช่วยเพิ่มโอกาสในการหาผู้เช่าและลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาผู้เช่ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมากเกินไป
6. สำรวจตลาดคู่แข่งและสังเกตความแตกต่างของที่พัก
เมื่อห้องว่างเพิ่มขึ้น การดูเฉพาะที่พักของตัวเองอาจไม่เพียงพอ ลองค้นหาหอพักและอพาร์ทเม้นท์หรือโรงแรมในบริเวณใกล้เคียงเพื่อดูว่าคู่แข่งกำลังนำเสนออะไรให้กับผู้เช่า ทั้งราคา ขนาดห้อง สิ่งอำนวยความสะดวก โปรโมชั่น และจุดเด่นด้านทำเล
ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าต้องลดราคาตามคู่แข่ง แต่ช่วยให้เจ้าของเห็นภาพว่าห้องพักของตัวเองอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับตลาด หากราคาใกล้เคียงกัน แต่อีกแห่งมีจุดขายบางอย่างที่ชัดเจนกว่า ก็อาจนำข้อมูลนั้นมาปรับปรุงการนำเสนอของเรา หรือค้นหาจุดเด่นอื่นที่ที่พักมีและคู่แข่งไม่มี เพื่อใช้เป็นเหตุผลในการตัดสินใจของผู้เช่าได้
7. รักษาผู้เช่าเดิมเพื่อลดจำนวนห้องที่จะว่าง
การลดห้องว่างไม่ได้หมายถึงการหาผู้เช่าใหม่เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการลดจำนวนผู้เช่าเดิมที่กำลังจะย้ายออกด้วย เพราะหากสามารถรักษาผู้เช่าเดิมให้อยู่ต่อได้ ก็เท่ากับช่วยลดต้นทุนและเวลาในการหาผู้เช่ารายใหม่
เจ้าของหอพักสามารถเริ่มจากการดูแลผู้เช่าให้ได้รับความสะดวกตลอดระยะเวลาที่พักอาศัย เช่น แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้รวดเร็ว สื่อสารข้อมูลที่จำเป็นอย่างชัดเจน และอาจมีข้อเสนอสำหรับผู้เช่าที่ต้องการต่อสัญญา การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้เช่าเดิมจึงเป็นอีกวิธีที่ช่วยลดโอกาสเกิดห้องว่างในอนาคต
Low Season ไม่จำเป็นต้องจบด้วยการลดค่าเช่าเสมอไป
แม้ช่วง Low Season จะเป็นช่วงที่เจ้าของหอพักต้องรับมือกับจำนวนผู้เช่าที่ลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่าทางออกเดียวคือการลดค่าเช่า การวิเคราะห์สาเหตุของห้องว่าง ปรับปรุงประกาศ เพิ่มโอกาสให้ผู้เช่าเห็นห้องพัก จัดโปรโมชั่นที่เหมาะสม และขยายกลุ่มเป้าหมาย ล้วนเป็นวิธีที่สามารถนำมาปรับใช้ร่วมกันได้
สิ่งสำคัญคือควรดูว่าปัญหาของหอพักเกิดขึ้นตรงจุดไหน แล้วเลือกวิธีแก้ให้เหมาะสม เพราะบางครั้งห้องไม่ได้ว่างเพราะราคาแพงเกินไป แต่อาจเป็นเพราะผู้เช่ายังไม่เห็นประกาศ หรือประกาศยังสื่อสารจุดเด่นของห้องได้ไม่ชัดเจน
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจลดค่าเช่า ลองกลับมาดูทั้ง “การมองเห็น – การโปรโมท – ราคา – กลุ่มเป้าหมาย และการรักษาผู้เช่าเดิม” ให้ครบทุกด้าน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ห้องพักเต็มได้แม้ในช่วง Low Season
หากคุณกำลังมองหาผู้เช่าใหม่ ลองเพิ่มโอกาสให้ที่พักเป็นที่รู้จักมากขึ้นด้วยการ ลงประกาศที่พักฟรีบน Renthub แพลตฟอร์มที่รวบรวมหอพัก อพาร์ทเมนท์อันดับ 1 ในประเทศไทย เพิ่มโอกาสให้ผู้เช่ารู้จักที่พักของคุณให้มากขึ้น