การทำการตลาดหอพักและอพาร์ทเม้นท์ในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่การโปรโมทแล้วรอให้มีคนโทรเข้ามา แต่คือการสื่อสารให้ “ตรงคนที่กำลังมองหา” เพราะต่อให้ห้องสวย ทำเลดี ราคาเหมาะสม หากสื่อสารไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย โอกาสปล่อยห้องก็อาจช้ากว่าที่เป็น ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยมักเริ่มต้นจากการตั้งคำถามว่า “จะทำโปรโมชั่นอะไรดี” หรือ “ควรลงโฆษณาที่ไหน” แต่คำถามที่สำคัญกว่านั้นคือ ผู้เช่าของคุณคือใคร และเขาจะเลือกหอพักจากอะไร
จากผลสำรวจปัจจัยการเลือกหอพัก อพาร์ทเม้นท์ ปี 2025 ของ Renthub ที่เก็บข้อมูลจากผู้ตอบแบบสอบถาม 1,400 คนทั่วประเทศ พบว่า พฤติกรรม ความคาดหวัง และปัจจัยการตัดสินใจของผู้เช่า มีรายละเอียดที่เจ้าของหอพักควรรู้ก่อนเริ่มทำการตลาด บทความนี้จะพาไปดูว่า “ผู้เช่าของคุณคือกลุ่มเป้าหมายใด” และควรสื่อสารอย่างไรให้ตรงจุดมากที่สุด
เพศของผู้เช่า มีผลต่อความคาดหวังในการเลือกหอพักอย่างไร
จากผลสำรวจพบว่า
- ผู้ตอบแบบสอบถามเป็น เพศหญิง 68%
- เพศชาย 24%
- LGBTQIA+ 8%
สัดส่วนที่ผู้หญิงมีมากที่สุด สอดคล้องกับข้อมูลเชิงลึกเรื่อง “ความปลอดภัย” ที่ถูกจัดอันดับเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้น ๆ ในการเลือกหอพัก
สิ่งที่ผู้หญิงให้ความสำคัญมีดังนี้
- ระบบ Keycard
- กล้องวงจรปิด (CCTV)
- แสงสว่างทางเดิน
- ความปลอดภัยโดยรวมของอาคาร
ดังนั้น หากกลุ่มเป้าหมายของคุณเป็นผู้หญิง การโปรโมทอพาร์ทเม้นท์ควรเน้นเรื่อง ระบบรักษาความปลอดภัย ความสะอาด และการบริหารจัดการที่ดี
การระบุรายละเอียดเหล่านี้อย่างชัดเจนในประกาศ จะช่วยเพิ่ม “ความมั่นใจ” ได้ตั้งแต่แรกเห็น และลดข้อสงสัยก่อนทักแชทสอบถาม
ขณะที่ผู้ชายมักให้ความสำคัญกับ
- ความคุ้มค่า
- ทำเล
- ความสะดวกในการเดินทาง
- ที่จอดรถ / อินเทอร์เน็ต
การปรับข้อความเพียงเล็กน้อย แต่ตรงกับสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายให้ความสำคัญ จะช่วยให้โปรโมทได้มากกว่าการถูกมองเห็น แต่ถูกติดต่อมากขึ้น
เพราะสุดท้ายแล้ว การตลาดที่ดีไม่ใช่การพูดทุกอย่างเกี่ยวกับหอพักของคุณ แต่คือการพูดในสิ่งที่ “ผู้เช่ากลุ่มนั้นอยากได้ยิน” มากที่สุด
ช่วงอายุของผู้เช่า ตัวกำหนดไลฟ์สไตล์และงบประมาณค่าเช่า
จากผลสำรวจปี 2025 พบว่า กลุ่มอายุที่มีสัดส่วนสูงสุดคือช่วง 18–22 ปี คิดเป็น 27% และช่วง 23–28 ปี คิดเป็น 26% รวมแล้วกว่า 53% ของตลาดผู้เช่าเป็นวัยนักศึกษาและวัยทำงานตอนต้น สะท้อนให้เห็นชัดว่า ตลาดหอพักในปัจจุบันขับเคลื่อนด้วยกลุ่มนักศึกษาและวัยเริ่มต้นทำงาน ซึ่งแต่ละช่วงวัยมีความต้องการและงบประมาณที่แตกต่างกัน
กลุ่มนักเรียน–นักศึกษา (ประมาณ 18–23 ปี) มักให้ความสำคัญกับทำเลใกล้สถานศึกษา ค่าเช่าไม่สูงเกินไป และอินเทอร์เน็ตที่ใช้งานได้จริง เพราะการเรียนและการใช้ชีวิตประจำวันผูกกับออนไลน์อย่างชัดเจน คนกลุ่มนี้มักเปิดหลายเว็บไซต์เปรียบเทียบพร้อมกัน และติดต่อเฉพาะที่ดูคุ้มค่าและน่าเชื่อถือ จากข้อมูลค่าเช่าปัจจุบันพบว่า ช่วงราคา 3,000–5,000 บาทต่อเดือนเป็นช่วงที่มีผู้เช่ามากที่สุด จึงถือเป็นระดับราคาตลาดหลักสำหรับกลุ่มนี้
ขณะที่กลุ่ม First Jobber หรือวัยทำงานตอนต้น (ประมาณ 24–30 ปี) เริ่มมองหาที่พักที่สะท้อนภาพลักษณ์และความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ห้องที่มีเฟอร์นิเจอร์ครบ พร้อมเข้าอยู่ ดีไซน์ทันสมัย และอยู่ใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ มักได้รับความสนใจสูง เพราะช่วยลดเวลาเดินทางและเพิ่มความสะดวกในชีวิตประจำวัน
สำหรับวัยทำงานช่วง 31–40 ปี ความต้องการจะเปลี่ยนไปอีกระดับ กลุ่มนี้มักมองหาความสงบ ความมั่นคง และความชัดเจนของเงื่อนไขสัญญาเช่า มากกว่าการตกแต่งหรือดีไซน์เพียงอย่างเดียว ข้อมูลยังสะท้อนว่า ผู้เช่าส่วนใหญ่ต้องการสัญญาเช่า 1 ปี และนิยมจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าเพียง 1 เดือน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความยืดหยุ่นและความเป็นธรรมของเงื่อนไขมีผลต่อการตัดสินใจไม่น้อย
เมื่อเจ้าของหอพักเข้าใจว่า กลุ่มอายุหลักของตนเองคือใคร การตั้งราคา จัดรูปแบบห้อง และกำหนดเงื่อนไขสัญญาให้สอดคล้องกับความคาดหวังของช่วงวัยนั้น ๆ จะช่วยให้การตัดสินใจเช่าเกิดขึ้นง่ายอย่างชัดเจน
ทำเลหอพัก ส่งผลต่อกลุ่มผู้เช่าโดยตรง
ทำเลที่ตั้งไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องการเดินทาง แต่เป็นตัวกำหนดด้วยว่ากลุ่มผู้เช่าหลักคือใคร และพวกเขายอมจ่ายในระดับราคาเท่าไร เพราะผู้เช่าส่วนใหญ่ไม่ได้เลือกห้องจากขนาดหรือเฟอร์นิเจอร์เพียงอย่างเดียว แต่เลือกจาก “ความสะดวกในชีวิตประจำวัน” ที่ทำเลนั้นมอบให้
ผลสำรวจปีที่ผ่านมา สะท้อนอย่างชัดเจน โดย 59% เลือก “ทำเลใกล้ที่ทำงานหรือสถานศึกษา” เป็นปัจจัยสำคัญที่สุด รองลงมาคือใกล้ MRT/BTS (13%) และราคาสมเหตุสมผล (10.9%) แสดงให้เห็นว่าความสะดวกในการเดินทางมีน้ำหนักมากกว่าความสวยงามของห้องพัก
หอพักใกล้มหาวิทยาลัยมักเหมาะกับนักศึกษา ที่ให้ความสำคัญกับระยะทาง ค่าใช้จ่ายรวม และความปลอดภัย ขณะที่หอพักใกล้อาคารสำนักงาน ย่านธุรกิจ หรือ นิคมอุตสาหกรรม จะดึงดูดวัยทำงานที่ต้องการลดเวลาเดินทาง และพร้อมจ่ายเพิ่มเพื่อความสะดวก ส่วนทำเลใกล้รถไฟฟ้าหรือเส้นทางหลัก ผู้เช่ามักให้คุณค่ากับคำว่า “เดินทางง่าย” มากกว่าคำว่า “ราคาถูก” เพราะเวลาที่ประหยัดได้ในแต่ละวันคือคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ดังนั้น แทนที่จะบอกเพียงว่า “ทำเลดีมาก” ควรสื่อสารให้ชัดเจนและวัดผลได้ เช่น เดินถึงมหาวิทยาลัยภายใน 5 นาที ห่าง BTS 300 เมตร หรือใกล้นิคมอุตสาหกรรม ข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงแบบนี้ช่วยให้ผู้เช่าประเมินความเหมาะสมได้ทันที และตัดสินใจได้เร็วขึ้น
พฤติกรรมการค้นหาหอพักในปัจจุบัน
ผู้เช่าในปัจจุบันเริ่มต้นจากการค้นหาออนไลน์เป็นหลัก โดยผลสำรวจพบว่า 49% ค้นหาผ่านเว็บไซต์ที่พัก 19.43% ผ่าน Google และ 14.21% ผ่าน Facebook และในกลุ่มเว็บไซต์ที่พักนั้น กว่า 55% เลือกใช้งาน Renthub เป็นเว็บไซต์ที่ใช้ค้นหาหอพัก อพาร์ทเม้นท์ จากพฤติกรรมที่เห็นชัดคือ ผู้เช่าจะเปิดหน้าเว็บหลายแท็บพร้อมกันเพื่อเทียบราคา ทำเล รูปภาพ และสิ่งอำนวยความสะดวก บางคนค้นหามากกว่า 3 ครั้งต่อวันและหากข้อมูลไม่ครบ ภาพไม่ชัด หรือรายละเอียดคลุมเครือ ก็พร้อมปิดหน้าเว็บทันที เพราะแสดงถึงความน่าเชื่อถือที่มีผลต่อการตัดสินใจ
อีกจุดสำคัญคือ ผู้เช่ามักเลือกห้องที่ถูกใจจากออนไลน์ก่อน แล้วค่อยไปดูสถานที่จริง ดังนั้นประกาศต้องให้ข้อมูลครบตั้งแต่แรกเห็น ทั้งขนาดห้อง ราคา ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และเงื่อนไขสัญญาที่ชัดเจน เพราะความโปร่งใสช่วยสร้างความมั่นใจได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ ความเร็วในการตอบแชทมีผลโดยตรงต่อการตัดสินใจ ผู้เช่ามักสอบถามหลายแห่งพร้อมกัน และมักคุยต่อกับที่ตอบเร็วที่สุด ต่อให้ห้องดีแค่ไหน หากตอบช้า โอกาสก็อาจหลุดไปอยู่ที่คู่แข่งทันที
ดังนั้น หากต้องการเพิ่มโอกาสปล่อยห้อง ควรลงประกาศในแพลตฟอร์มที่ผู้เช่าใช้งานจริงอย่าง Renthub ซึ่งมีผู้ค้นหาหอพักหลายล้านคนต่อปี ช่วยให้ประกาศของคุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถรับชมภาพ Virtual Tour 360° ให้ผู้เช่าสามารถชมห้องเสมือนจริงก่อนตัดสินใจ ช่วยสร้างความมั่นใจและคัดกรองผู้ที่สนใจเช่าหอพักนั้น ๆ ได้ก่อน
พร้อมกันนั้น เจ้าของหอพักยังสามารถจัดการข้อความสอบจากผู้เช่าผ่าน Renthub Manager ที่ช่วยตอบแชทได้รวดเร็ว เป็นระบบ และไม่พลาดทุกโอกาสในการปิดการเช่า
เมื่อเข้าใจพฤติกรรมผู้เช่าในยุคนี้แล้ว การเตรียมข้อมูลให้ครบ ใช้ภาพจริงคุณภาพดี ตอบแชทอย่างรวดเร็ว และลงประกาศในช่องทางที่ผู้เช่าใช้งานจริง จะช่วยให้หอพักของคุณถูกมองเห็น ถูกทัก และถูกเลือกได้ง่ายขึ้นอย่างชัดเจน โอกาสในปล่อยห้องจะเพิ่มมากขึ้น